เมมเบรนกันซึม คืออะไร? : คู่มือเลือกชนิดแผ่นหรือชนิดเหลวแบบไหนดีที่สุดสำหรับคุณ

เมมเบรนกันซึมคืออะไร? เลือกชนิดแผ่นหรือเหลวดี?

เมมเบรนกันซึม (Waterproofing Membrane) ถือเป็นวัสดุกันซึมที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการก่อสร้างและซ่อมแซมอาคาร เนื่องจากมีคุณสมบัติช่วยป้องกันการซึมผ่านของน้ำและความชื้นเข้าสู่โครงสร้าง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาการแตกร้าว การเสื่อมสภาพ และอายุการใช้งานของอาคารลดลง การทำความเข้าใจลักษณะการใช้งานและวิธีการติดตั้งเมมเบรนกันซึมที่ถูกต้อง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้อาคารมีความแข็งแรง ทนทาน และใช้งานได้ยาวนาน

บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ เมมเบรนกันซึม ทั้งชนิดแผ่นและชนิดเหลว พร้อมข้อดี ข้อควรระวัง และแนวทางการเลือกใช้ให้เหมาะสมกับงานของคุณ

เมมเบรนกันซึมคืออะไร?

เมมเบรนกันซึม คือ วัสดุกันซึมที่มีลักษณะเป็นแผ่นยาวต่อเนื่องหรือเป็นแบบของเหลวที่เมื่อแห้งแล้วเนื้อวัสดุจะมีลักษณะเป็นฟิล์มบางๆ ที่มีเนื้อวัสดุยึดเกาะกันอย่างต่อเนื่องแบบไร้รอยต่อ ติดตั้งเพื่อป้องกันน้ำหรือความชื้นซึมผ่านเข้าไปในโครงสร้างของอาคาร

เมมเบรนกันซึมมีทั้งชนิดแผ่น และชนิดเหลว ซึ่งมีคุณสมบัติและการใช้งานที่แตกต่างกัน:

  • เมมเบรนกันซึมแบบแผ่น:
    • หากติดตั้งบริเวณระเบียง จะต้อง เทท็อปปิ้ง และจบด้วยการ ปูกระเบื้องทับ หรือปล่อยเปลือยก็ได้
ตัวอย่างระบบเมมเบรนกันซึมแบบแผ่นสำหรับงานดาดฟ้าและระเบียง

ตัวอย่างระบบเมมเบรนกันซึมแบบแผ่นสำหรับงานดาดฟ้าและระเบียง

  • เมมเบรนกันซึมแบบของเหลว:
    • เมื่อแห้งแล้วจะกลายเป็นฟิล์มบาง ๆ ต่อเนื่องกันอย่างไม่มีรอยต่อ
    • สามารถ ปูกระเบื้องทับได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องมีชั้นท็อปปิ้ง
ตัวอย่างระบบเมมเบรนกันซึมแบบแผ่นสำหรับงานดาดฟ้าและระเบียง

ตัวอย่างระบบเมมเบรนกันซึมแบบแผ่นสำหรับงานดาดฟ้าและระเบียง

ข้อควรระวังในการติดตั้งเมมเบรนกันซึมบนระเบียง

ไม่ว่าจะเป็นเมมเบรนกันซึมแบบแผ่นหรือชนิดเหลว การติดตั้งบนระเบียงต้องคำนึงถึงสิ่งสำคัญคือ:

  • การปรับระดับพื้นผิว: กระเบื้องและเมมเบรนกันซึมต้องติดตั้งบน พื้นผิววัสดุปรับระดับที่มีความลาดเอียง เพื่อให้น้ำไหลเข้าสู่บ่อน้ำและท่อระบายได้อย่างถูกต้อง
  • หลีกเลี่ยงน้ำขัง: หากปรับระดับได้ไม่ดี น้ำจะขังเป็นแอ่งบนกระเบื้อง น้ำที่ขังอาจมีแนวโน้มซึมเข้าสู่แผ่นโครงสร้างตามเวลาได้ ดังนั้นจึงต้อง หลีกเลี่ยงการมีน้ำขังโดยเด็ดขาด

ประเภทของเมมเบรนกันซึมแบบแผ่น

1. แผ่นเมมเบรนกันซึมแบบบิทูเมน (Modified Bitumen)

เป็นเมมเบรนแบบแผ่นที่นิยมใช้มากที่สุด มีส่วนผสมของบิทูเมนและเสริมด้วยโพลิเมอร์ เพื่อให้แผ่นมีความแข็งแรงและมีประสิทธิภาพในการกันซึม เมมเบรนเหล่านี้จะผลิตให้มีแผ่นต่อเนื่องกันอย่างสม่ำเสมอ จึงมีคุณภาพที่สม่ำเสมอ

ข้อควรระวัง: รอยต่อระหว่างแผ่นมีความสำคัญมาก และต้องทำให้สมบูรณ์แบบเพื่อหลีกเลี่ยงการรั่วซึม โดยต้องให้เมมเบรนซ้อนทับกันประมาณ 100 มิลลิเมตร (4 นิ้ว)

การติดตั้ง: แบ่งออกเป็น 2 แบบ:

  • แบบมีกาวในตัว ส่วนใหญ่เป็นประเภทที่ไม่ทนต่อแสงแดด นิยมติดตั้งบริเวณผนังภายนอกในงานใต้ดิน
แผ่นเมมเบรนกันซึมบิทูเมนแบบมีกาวในตัว
  • แบบเป่าไฟ มีทั้งเกรดที่สามารถทนต่อแสงแดด และเกรดที่ไม่ทนแดด

2. แผ่นเมมเบรนกันซึมแบบ EPDM (Ethylene Propylene Diene Monomer)

ผลิตจากใยสังเคราะห์ มีความยืดหยุ่นดี ทนแสงแดด และทนความร้อนได้สูงมาก มีทั้งแบบมีกาวในตัว และแบบเป่าไฟ

3. แผ่นเมมเบรนกันซึมแบบ PVC (Polyvinyl Chloride)

เป็นเทอร์โมพลาสติกเมมเบรนที่มีน้ำหนักเบา ราคาไม่แพง ทนทานต่อสารเคมี และทนไฟ ติดตั้งโดยใช้เครื่องเป่าลมร้อน

แผ่นเมมเบรนกันซึม PVC สำหรับงานกันน้ำรั่วซึม

แผ่นเมมเบรนกันซึม PVC สำหรับงานกันน้ำรั่วซึม

4. แผ่นเมมเบรนกันซึมแบบ TPO (Thermoplastic Polyolefin)

เป็นเทอร์โมพลาสติกที่มีน้ำหนักเบา ทนทานต่อแสงยูวี นิยมติดตั้งบนหลังคาดาดฟ้าเรียบตามอาคารพาณิชย์ต่าง ๆ จุดเด่นคือความคงทน ติดตั้งโดยการเป่าลมร้อน

ประเภทของเมมเบรนกันซึมชนิดเหลว

เมมเบรนกันซึมชนิดเหลว มีลักษณะเป็น น้ำยากันซึมแบบเหลว เมื่อติดตั้งบนวัสดุแล้วปล่อยให้แห้ง จะกลายเป็นแผ่นฟิล์มกันซึมที่ ไม่มีรอยต่อและไม่มีช่องโหว่ ความหนาสามารถควบคุมได้ด้วยจำนวนการทา ตามอัตราการใช้ของแต่ละผลิตภัณฑ์

  • ข้อควรระวัง: ต้องทาให้มีความหนาที่เหมาะสม หากบางเกินไป อาจฉีกขาดหรือแตกหักได้

1. อะคริลิก (Acrylic Liquid Membrane)

ใช้ส่วนผสมจากอะคริลิกที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถ ทนต่อรังสี UV และสภาพอากาศได้ดี เหมาะกับงานภายนอก เช่น ดาดฟ้า หรือผนังอาคาร

เมมเบรนกันซึมชนิดอะคริลิคเหลว สำหรับงานผนังและพื้น

เมมเบรนกันซึมชนิดอะคริลิคเหลว สำหรับงานผนังและพื้น

2. โพลียูรีเทน (Polyurethane Liquid Membrane)

มีความทนทานสูง ยืดหยุ่นดีเยี่ยมและทนต่อสารเคมี นิยมใช้ในงานกันซึมที่ต้องการประสิทธิภาพสูง เช่น พื้นโรงงาน ดาดฟ้า และพื้นที่ที่มีการเคลื่อนไหวของโครงสร้าง

เมมเบรนกันซึมชนิดโพลียูรีเทนเหลว polyurethane-liquid-waterproofing-membrane

เมมเบรนกันซึมชนิดโพลียูรีเทนเหลว polyurethane-liquid-waterproofing-membrane

3. ซีเมนต์กันซึม (Cementitious Coating)

เป็นการผสมสารเคมีกับซีเมนต์เพื่อให้เกิดการยึดเกาะกับคอนกรีต เหมาะสำหรับงานภายใน เช่น ห้องน้ำ สระว่ายน้ำ หรือบ่อเก็บน้ำ

เมมเบรนกันซึมชนิดซีเมนต์โค้ท เหมาะกับห้องน้ำ,ชั้นใต้ดิน และสระว่ายน้ำ

เมมเบรนกันซึมชนิดซีเมนต์โค้ท เหมาะกับห้องน้ำ,ชั้นใต้ดิน และสระว่ายน้ำ

4. บิทูเมนชนิดทาเคลือบ (Modified Bitumen Liquid Membrane)

บิทูเมนมีคุณสมบัติเด่นในด้านการกันซึมและความยืดหยุ่นสูง แต่ข้อจำกัดคือ ไม่ทนต่อรังสี UV จึงนิยมใช้ในงานที่ไม่โดนแดด เช่น งานกันซึมใต้ดิน ห้องน้ำ หรือพื้นที่ดาดฟ้าที่มีวัสดุปูทับ

เมมเบรนกันซึมบิทูเมนชนิดน้ำ ยืดหยุ่นสูง

เมมเบรนกันซึมบิทูเมนชนิดน้ำ ยืดหยุ่นสูง

คุณสมบัติและข้อควรระวัง

  • ขั้นตอนการทามีความรวดเร็ว ผู้รับเหมามักทำพื้นที่ที่ต้องกันซึมให้เสร็จในวันเดียว เพื่อหลีกเลี่ยงการต่อแบบเย็น
  • หากพื้นที่มีขนาดใหญ่มาก ต้องทำหลายวัน ก็สามารถต่อแบบเย็นได้ โดยทาทับลงบนผิวเดิม ซึ่งสารเคมีจะยึดติดกันจนเป็นเนื้อเดียว
  • โดยทั่วไป ดีกว่าเมมเบรนแบบแผ่น เพราะไม่มีรอยต่อ
  • ต้องทาให้มีความหนาที่เหมาะสม หากบางเกินไป อาจฉีกขาดหรือแตกหักได้
  • การยึดเกาะกับคอนกรีตต้องดี
  • หากต้องเทคอนกรีตทับ ต้องเลือกชนิดที่สามารถเททับได้จริง
  • ก่อนเทคอนกรีต ต้องทำให้ผิวเมมเบรนขรุขระ โดยโรยทรายชั้นบาง ๆ บนเมมเบรนเปียก เพื่อสร้างพื้นผิวให้คอนกรีตยึดเกาะได้

วิธีเลือกเมมเบรนกันซึม

ก่อนเลือกใช้เมมเบรนกันซึม ควรตรวจสอบคุณสมบัติต่อไปนี้:

  • ความคงทนต่อรังสี UV: มีทั้งแบบทน และไม่ทน
  • การยืดตัว: เหมาะกับอาคารที่มีการเคลื่อนไหวหรือรอยแตกร้าว (มีบางชนิดยืดได้มากกว่า 600%)
  • การระบายอากาศ: บางชนิดกันน้ำได้ แต่ปล่อยไอน้ำออกได้ ป้องกันการกักเก็บน้ำในโครงสร้าง
  • ความต้านทานการฉีกขาด: ควรเลือกที่ไม่ฉีกขาดง่าย
  • ความต้านทานการขัดสี: สำคัญในช่วงก่อสร้าง เมื่อมีแรงกด ขูด หรือสิ่งของตกใส่
  • ความเหมาะสมกับรูปทรง: หากติดตั้งบนพื้นที่ซับซ้อน เช่น ระหว่างเสาและคาน เมมเบรนชนิดเหลวจะเหมาะสมกว่า เพราะเมมเบรนแบบแผ่นอาจเกิดรอยพับหรือช่องว่างได้

ตารางเปรียบเทียบ: เมมเบรนแบบแผ่น vs แบบเหลว

คุณสมบัติแบบแผ่น (Sheet)แบบเหลว (Liquid-Applied)
รอยต่อมี (ต้องซ้อนทับ/เชื่อมแน่น)ไม่มีรอยต่อ
ความเร็วงานปานกลางสูง (ทา/พ่นรวดเร็ว)
รูปทรงซับซ้อนยากกว่า มีรอยพับคลุมรูปทรงได้ง่าย
การทน UVมีเกรดทนแดดเฉพาะมีทั้งทน/ไม่ทน ขึ้นอยู่กับสูตร
การปิดทับคอนกรีตทำได้ (ขึ้นกับระบบ)ทำได้ (ต้องเลือกเกรด)
คุมความหนาคงที่จากโรงงานคุมด้วยปริมาณการใช้

คำถามที่พบบ่อย (Q&A)

Q: ระเบียงควรใช้แบบไหนดี?

A: หากต้องปูกระเบื้องทับและต้องการงานเร็ว เมมเบรนชนิดเหลวเหมาะมาก แต่ถ้าต้องการความหนาคงที่ เลือกแบบแผ่นก็ได้ ทั้งนี้ต้องมีสโลปและรายละเอียดมุม/รอยต่อที่ดี

Q: น้ำขังบนกระเบื้องส่งผลเสียหรือไม่?

A: น้ำที่ขังบนพื้นกระเบื้องเป็นเวลานานอาจเพิ่มโอกาสการซึมผ่านลงสู่ชั้นใต้กระเบื้องและโครงสร้างได้ เมื่อสะสมไปเรื่อย ๆ อาจทำให้วัสดุเสื่อมสภาพ การแก้ไขที่ถูกต้องควรทำสโลปให้เหมาะสมและติดตั้งจุดระบายน้ำเพื่อระบายน้ำออกได้รวดเร็ว

Q: เทคอนกรีตทับบนเมมเบรนเหลวได้ทุกตัวหรือไม่?

A: ไม่ได้ทุกตัวครับ ต้องเลือกเกรดที่ระบุว่าสามารถเททับได้ และควรโรยทรายบนผิวเปียกเพื่อสร้างผิวหยาบ

สรุป: เลือกเมมเบรนให้ถูก ยืดอายุโครงสร้าง

เมมเบรนกันซึมเป็นวัสดุสำคัญที่ช่วยป้องกันน้ำและความชื้นเข้าสู่โครงสร้างอาคาร มีทั้งแบบแผ่นและแบบเหลว ซึ่งแบบเหลวจะลดรอยต่อและเหมาะกับพื้นผิวซับซ้อน ส่วนแบบแผ่นเหมาะกับพื้นเรียบหรือหลังคา

การเลือกชนิดเมมเบรนควรพิจารณาความคงทนต่อ UV การยืดตัว การระบายอากาศ และความต้านทานต่อแรงฉีกขาด การติดตั้งอย่างถูกต้องและเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสม จะช่วยให้โครงสร้างอาคารทนทานและยืดอายุการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับเมมเบรนกันซึมที่เหมาะกับงานของคุณ?

ขอคำปรึกษา & ใบเสนอราคา / ทักหาทีมขาย Prosumer Supply ผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ Sika & Lanko 👉 คลิกที่นี่

Tags :

บทความเพิ่มเติม