การทำระบบกันซึมสระว่ายน้ำ แบบเข้าใจง่าย งานจบ ใช้ได้ยาว ไม่ปวดหัวเรื่องซ่อมบ่อย

ระบบกันซึมสระว่ายน้ำที่ออกแบบให้รองรับการแช่น้ำตลอดเวลา ตั้งแต่โครงสร้างจนถึงผิวหน้าสระ

สระว่ายน้ำเป็นพื้นที่ที่ดูเหมือนไม่ซับซ้อน แต่ในความเป็นจริงคือหนึ่งในงานที่พลาดได้ง่ายที่สุด เพราะต้องแช่น้ำตลอดเวลา รับแรงดันน้ำทุกวัน และยังต้องเจอกับการขยับตัวของโครงสร้างอยู่เสมอ หลายปัญหาที่เจอซ้ำ ๆ ไม่ได้เกิดจากงานปูกระเบื้องไม่ดี แต่เกิดจาก “ระบบข้างใต้” ที่ไม่ได้เตรียมไว้ให้เหมาะกับงานสระตั้งแต่แรก

บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่แนวคิดไปจนถึงจุดที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ เพื่อให้สระว่ายน้ำใช้งานได้ยาว และไม่ต้องกลับมาแก้ซ้ำให้เสียทั้งเงินและเวลา


ทำไมสระว่ายน้ำถึงต้องจริงจังเรื่องกันซึม

สระว่ายน้ำต่างจากพื้นหรือผนังทั่วไป เพราะสระว่ายน้ำต้องรับน้ำเต็มพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง ถ้าระบบกันซึมไม่ดีพอ น้ำจะค่อย ๆ ซึมผ่านรอยต่อ มุม หรือรอยร้าวเล็ก ๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว

ผลที่ตามมามักเป็นแบบนี้

  • น้ำซึมออกนอกโครงสร้าง ทำให้พื้นหรือผนังรอบสระเสียหาย
  • กระเบื้องเริ่มพอง หลุด หรือยาแนวเสื่อมเร็วกว่าปกติ
  • สุดท้ายต้องรื้อซ่อม ซึ่งค่าใช้จ่ายมักสูงกว่าทำใหม่ตั้งแต่ต้นหลายเท่า

ระบบกันซึมสระว่ายน้ำที่ดี ต้องทำงานร่วมกันตั้งแต่ชั้นโครงสร้างจนถึงผิวหน้า

งานสระที่จบจริง มักไม่ได้พึ่งวัสดุแค่ตัวเดียว แต่เป็นการทำงานร่วมกันของหลายชั้น เพื่อช่วยกันรับแรงและป้องกันน้ำในทุกจุด

ระบบกันซึมภายในสำหรับงานสระว่ายน้ำ และงานปูกระเบื้องสระว่ายน้ำ ป้องกันน้ำซึมในพื้นที่แช่น้ำ

ระบบงานสระว่ายน้ำ

ระบบ / ขั้นตอนงาน หน้าที่
ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมผิวและซ่อมโครงสร้าง ปรับพื้นและผนังให้เรียบ ซ่อมรอยร้าว เพื่อให้วัสดุทุกระบบยึดเกาะได้เต็มประสิทธิภาพ
ขั้นตอนที่ 2 การทากันซึมชั้นที่ 1 สร้างชั้นกันซึมพื้นฐาน เพื่อป้องกันการซึมผ่านของน้ำเข้าสู่โครงสร้าง
ขั้นตอนที่ 3 การติดเทปกันซึมเสริมรอยต่อและมุม เสริมความแข็งแรงบริเวณมุม รอยต่อ และจุดเปลี่ยนแนว ซึ่งเป็นตำแหน่งเสี่ยงต่อการแตกร้าวและการรั่วซึม
ขั้นตอนที่ 4 การทากันซึมชั้นที่ 2 เพิ่มความต่อเนื่องและความสมบูรณ์ของระบบกันซึม รองรับแรงดันน้ำและการแช่น้ำระยะยาว
ขั้นตอนที่ 5 ระบบยึดเกาะกระเบื้อง ยึดกระเบื้องให้แน่น ทนน้ำ แรงดัน และการใช้งานต่อเนื่องในสภาพแช่น้ำ
ขั้นตอนที่ 6 ระบบปิดร่องและผิวหน้า ปิดร่องกระเบื้อง ลดการซึมน้ำ ป้องกันคราบและเชื้อรา พร้อมคงความสวยงามของผิวสระ


ถ้าขาดการทำงานตามคุณสมบัติของวัสดุของชั้นใดชั้นหนึ่ง งานอาจดูเรียบร้อยในช่วงแรก แต่ปัญหามักจะค่อย ๆ โผล่มาในระยะยาว


เลือกวัสดุกันซึมยังไงให้เหมาะกับสระว่ายน้ำ

วัสดุกันซึมสำหรับสระ ไม่ควรแข็งเกินไป และต้องทนน้ำได้ต่อเนื่องเพราะโครงสร้างคอนกรีตมีการขยับตัวตลอดจากอุณหภูมิและแรงดันน้ำ ในหน้างานจริง ช่างจำนวนมากจะเลือกใช้กันซึมแบบซีเมนต์ยืดหยุ่นที่สามารถทาได้ทั้งพื้นและผนัง ทำงานต่อเนื่องง่าย และเข้ากับงานปูกระเบื้องได้ดี

การทากันซึมและเสริมเทปบริเวณมุมสระว่ายน้ำ
LANKO® 227 Flex Shield และ Sika® SealTape F ช่วยสร้างชั้นป้องกันน้ำ ลดความเสี่ยงการซึมเข้าสู่โครงสร้างในระยะยาว

วัสดุที่ช่างกันซึมมืออาชีพเลือกใช้ เช่น LANKO® 227 Flex Shield ซีเมนต์กันซึมชนิดยืดหยุ่น ส่วนผสมเดียว ใช้ร่วมกับ Sika® SealTape F เทปสำหรับกันซึมบริเวณรอยต่อก่อนปูกระเบื้องในพื้นที่เปียกชื้นและสระว่ายน้ำ ซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับพื้นที่แช่น้ำโดยเฉพาะ ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องน้ำซึม และทำงานร่วมกับกาว–ยาแนวได้ดีในระยะยาว


ปูกระเบื้องสระว่ายน้ำ ให้ใช้งานได้นาน ต้องดูที่กาว

ปัญหากระเบื้องหลุดหรือพอง มักไม่ได้เกิดจากกระเบื้อง แต่เกิดจากกาวที่ไม่เหมาะกับงานแช่น้ำ
กาวปูกระเบื้องสำหรับสระว่ายน้ำ ควรยึดเกาะสูง ทนน้ำ และไม่เสื่อมง่าย ซึ่งกาวปูกระเบื้องทั่วไปอาจติดได้ในช่วงแรก แต่ระยะยาวมักเอาไม่อยู่

ปูนกาวปูกระเบื้องสำหรับสระว่ายน้ำ ยึดเกาะสูง ทนน้ำและความชื้น
SikaTile®-370 XL Multi Purpose ออกแบบมาสำหรับพื้นที่แช่น้ำ เพื่อป้องกันปัญหากระเบื้องหลุดในอนาคต

โดยปัจจุบันมีวัสดุกาวปูกระเบื้อง ที่รองรับงานสระว่ายน้ำโดยเฉพาะ เช่น SikaTile®-370 XL Multi Purpose กาวซีเมนต์ติดกระเบื้องคุณภาพสูงที่มีความยืดหยุ่น ใช้งานอเนกประสงค์ ที่รองรับงานแช่น้ำและแรงสั่นสะเทือนได้ดีกว่า เหมาะกับสระที่ใช้งานจริงทุกวัน


ยาแนว จุดเล็กที่สร้างปัญหาใหญ่ได้

หลายคนโฟกัสที่กันซึมและกาวปูกระเบื้อง แต่ลืมว่า “ร่องยาแนว” คือด่านสุดท้ายก่อนน้ำจะถึงโครงสร้าง
ถ้าใช้ยาแนวทั่วไป

  • น้ำจะซึมง่าย
  • เกิดคราบและเชื้อราเร็ว
  • ต้องขูดและยาแนวใหม่บ่อย ๆ

สำหรับสระว่ายน้ำ แนะนำให้ใช้ยาแนวที่แน่น ทนน้ำ และทำความสะอาดง่าย โดยเฉพาะยาแนวชนิดพิเศษหรืออีพ็อกซี่ เช่น

ยาแนวสำหรับสระว่ายน้ำ ร่องกระเบื้องแน่น ทนทานแรงดันน้ำ ทนสารเคมี ลดการเกิดคราบ
SikaTile®-860 TG Epoxy และ SikaTile®-670 TG Pool ช่วยลดปัญหาคราบและการซึมน้ำได้มาก
  • SikaTile®-860 TG Epoxy กาวยาแนวอีพ็อกซี่สระว่ายน้ำ ร่องกระเบื้อง 1-15 มม.
  • SikaTile®-670 TG Pool กาวยาแนวสระว่ายน้ำ ร่องกระเบื้อง 2-10 มม.

ซึ่งช่วยลดปัญหาคราบสกปรก และยืดอายุงานในระยะยาวได้ชัดเจน


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับงานสระว่ายน้ำ

สระเล็ก ๆ จำเป็นต้องทำกันซึมไหม?
จำเป็น เพราะแรงดันน้ำยังคงมี และซ่อมทีหลังแพงกว่าเสมอ

ทากันซึมแล้ว ยังต้องเสริมมุมไหม?
ควรเสริม เพราะมุมและรอยต่อคือจุดที่เกิดปัญหาบ่อยที่สุด

ปูกระเบื้องเสร็จแล้ว ค่อยกันซึมได้ไหม?
ทำได้ยาก และผลลัพธ์ไม่ดีเท่าทำตั้งแต่ต้น

ถ้าทำถูกขั้นตอน จะอยู่ได้นานแค่ไหน?
หลายปีโดยไม่ต้องซ่อม หากเลือกวัสดุเหมาะกับงานสระจริง ๆ


สรุป

งานสระว่ายน้ำที่ใช้งานได้นาน ไม่ได้ซับซ้อน แต่ต้องเริ่มต้นถูก ตั้งแต่เตรียมผิว กันซึม กาวปูกระเบื้อง ไปจนถึงยาแนวถ้าเลือกวัสดุที่ออกแบบมาเพื่อสระว่ายน้ำโดยเฉพาะ เช่น LANKO® 227 Flex Shield , Sika® SealTape F ,SikaTile®-370XL Multi Purpose , SikaTile®-860 TG Epoxy และ SikaTile®-670 TG Pool และทำงานครบทุกขั้นตั้งแต่แรก งานจะจบ ใช้งานยาว และไม่ต้องปวดหัวกับการแก้ซ้ำ

รวมวัสดุระบบสระว่ายน้ำ ประกอบด้วยกันซึม ปูนกาวปูกระเบื้อง และยาแนว สำหรับงานแช่น้ำ
ระบบสระว่ายน้ำที่ใช้งานได้นาน เกิดจากการทำงานร่วมกันของทุกชั้น ตั้งแต่กันซึมไปจนถึงผิวหน้าสุดท้าย

👉 หากกำลังวางแผนทำสระใหม่ หรือกำลังหาตัวช่วยแก้ปัญหาน้ำซึมบริเวณสระว่ายน้ำที่ใช้งานได้จริงอยู่ สามารถคลิก ติดต่อสั่งซื้อ-ขอใบเสนอราคา กับทีมขายจากโปรซูเมอร์ได้เลย เราจัดสินค้าให้ได้ตรงงาน พร้อมส่งตามความต้องการของคุณ

บทความเพิ่มเติม